มอบความคุ้มค่าอันยอดเยี่ยม ด้วยประสิทธิภาพที่เร็วแรง หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น และฟีเจอร์ของ iPadOS 26 ที่จะพลิกโฉมการใช้งาน
คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย — วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัว iPad Air รุ่นใหม่ที่มาพร้อมชิป M4 และหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น มอบประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ให้กับผู้ใช้ในราคาเริ่มต้นเท่าเดิม ด้วย CPU และ GPU ที่เร็วขึ้น iPad Air สามารถยกระดับการทำงานต่างๆ เช่น การตัดต่อและการเล่นเกม อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่ทรงพลังสำหรับ AI ด้วย Neural Engine ที่เร็วขึ้น แบนด์วิดท์หน่วยความจำที่สูงขึ้น และหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ของระบบที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ด้วยชิป M4 ทำให้ iPad Air เร็วกว่า iPad Air รุ่นชิป M3 สูงสุดถึง 30% และเร็วกว่า iPad Air รุ่นชิป M1 สูงสุดถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ iPad Air รุ่นใหม่ยังมาพร้อมชิปการเชื่อมต่อรุ่นล่าสุดที่ออกแบบโดย Apple อย่างชิป N1 และ C1X ซึ่งมอบการเชื่อมต่อไร้สายและเซลลูลาร์ที่รวดเร็ว พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสร้างสรรค์ผลงานได้จากทุกที่

iPad Air วางจำหน่ายใน 2 ขนาด และ 4 สีสันสวยงามที่ผู้ใช้ชื่นชอบ โดยรุ่นจอภาพขนาด 11 นิ้ว โดดเด่นเรื่องความสะดวกในการพกพา ส่วนรุ่น 13 นิ้ว มอบพื้นที่หน้าจอที่ใหญ่กว่าสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่มากขึ้นในการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เมื่อผสานกับความสามารถที่พลิกโฉมการใช้งานของ iPadOS 26, กล้องสุดล้ำ, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน, ระบบนิเวศของแอปพลิเคชันที่ทรงพลัง และการรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard ทำให้ iPad Air มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและอเนกประสงค์สำหรับทุกคนที่ต้องการทำอะไรๆ ให้ได้มากกว่าเดิมบน iPad ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักสร้างสรรค์ ผู้ใช้งานระดับองค์กร ไปจนถึงเกมเมอร์
iPad Air ใหม่มอบความคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ ด้วยราคาเริ่มต้นเท่าเดิมเพียง 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราคาเทียบเท่า) สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และ 799 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น 13 นิ้ว และสำหรับด้านการศึกษา รุ่น 11 นิ้ว เริ่มต้นที่ 549 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรุ่น 13 นิ้ว เริ่มต้นที่ 749 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยลูกค้าสามารถสั่งจอง iPad Air ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันพุธที่ 4 มีนาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันพุธที่ 11 มีนาคม
“iPad Air มอบวิธีในการสร้างสรรค์และทำงานให้สำเร็จได้มากกว่าที่เคย ด้วยประสิทธิภาพอันทรงพลังและความอเนกประสงค์อันน่าทึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นจริง” Bob Borchers รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Apple กล่าว “ด้วยประสิทธิภาพที่เร็วแรงจากชิป M4, ความสามารถด้าน AI ที่น่าทึ่ง และฟีเจอร์ที่พลิกโฉมการใช้งานของ iPadOS 26 นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อหรืออัปเกรดมาใช้ iPad Air”
ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยชิป M4
ชิป M4 นำมาซึ่งการยกระดับประสิทธิภาพครั้งสำคัญให้กับ iPad Air ใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ที่ต้องจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่ หรือนักเดินทางที่ต้องตัดต่อคอนเทนต์ระหว่างทาง ด้วย CPU แบบ 8-core และ GPU แบบ 9-core ทำให้ iPad Air เร็วกว่ารุ่นชิป M3 สูงสุด 30% และเร็วกว่ารุ่นชิป M1 สูงสุด 2.3 เท่า
ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความเร็วอันน่าทึ่งของ M4 ในทุกๆ สิ่งที่ทำ เช่น การใช้งานแอป Apple Creator Studio, การซ้อนภาพใน Pixelmator Pro หรือการตัดต่อวิดีโอใน Final Cut Pro ที่รวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ GPU แบบ 9-core ของชิป M4 ยังรองรับเทคโนโลยี Mesh Shading และ Ray Tracing ที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์เจเนอเรชันที่ 2 มอบประสิทธิภาพกราฟิกที่น่าเหลือเชื่อ โดยชิป M4 สามารถเรนเดอร์งาน 3D ระดับโปรพร้อมประสิทธิภาพ Ray Tracing ได้เร็วกว่า iPad Air รุ่นชิป M1 ถึงกว่า 4 เท่า ให้แสงสว่าง เงาสะท้อน และเงาตกกระทบที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงขั้นสุด
ขุมพลังระดับถัดไปสำหรับ AI
ชิป M4 ยังทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับการประมวลผล AI ด้วยแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่รวดเร็วขึ้นและ Neural Engine ที่เร็วอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ตั้งแต่นักศึกษาที่ต้องการถอดเสียงบรรยาย, ครีเอเตอร์ที่กำลังทำสตอรีบอร์ดโปรเจกต์ใหม่ ไปจนถึงผู้ใช้ระดับองค์กรที่ต้องการขัดเกลาอีเมลให้สละสลวยขึ้น บน iPad Air ใหม่นี้ หน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) เพิ่มขึ้น 50% เป็น 12GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเป็น 120GB/s ช่วยให้รันโมเดล AI ได้เร็วยิ่งขึ้น

Neural Engine แบบ 16-core เร็วกว่าบนชิป M1 ถึง 3 เท่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ AI บนอุปกรณ์ เช่น การค้นหาวัตถุและข้อความในรูปภาพ หรือการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ AI ทรงพลังในแอปอย่าง Goodnotes และ Onform: Video Analysis App นอกจากนี้ Neural Engine ยังเป็นขุมพลังขับเคลื่อนความสามารถในแอปตระกูล Apple Creator Studio เช่น การลบพื้นหลังของวิดีโอด้วยฟีเจอร์ Scene Removal Mask ใน Final Cut Pro
ชิป N1 และ C1X บน iPad Air เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น
iPad Air มาพร้อม ชิป N1 ซึ่งเป็นชิปเครือข่ายไร้สายที่ออกแบบโดย Apple รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ชิป N1 มอบประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ย่านความถี่ 5GHz และปรับปรุงประสิทธิภาพรวมถึงความเสถียรโดยรวมของฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Personal Hotspot และ AirDrop
สำหรับ iPad Air รุ่นเซลลูลาร์ ยังมาพร้อม โมเด็มเซลลูลาร์ C1X ที่ออกแบบโดย Apple มอบประสิทธิภาพข้อมูลเซลลูลาร์ที่รวดเร็วขึ้นสูงสุด 50% และสำหรับผู้ที่ใช้งานเซลลูลาร์เป็นประจำ ชิป C1X ยังช่วยให้โมเด็มใช้พลังงานน้อยลงถึง 30% เมื่อเทียบกับ iPad Air รุ่นชิป M3 นอกจากนี้ รุ่นเซลลูลาร์ยังรองรับระบบ GPS ช่วยให้ผู้ใช้นำทางได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมรองรับ 5G ที่ช่วยให้ติดต่อสื่อสารเพื่อการทำงานหรือพักผ่อนได้ทั่วโลก

ด้วยฟีเจอร์ eSIM ผู้ใช้สามารถเพิ่มแพ็กเกจใหม่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย เชื่อมต่อและถ่ายโอนแพ็กเกจเซลลูลาร์เดิมในรูปแบบดิจิทัลได้ทันที ทำให้ติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้เสมอแม้ไม่มี Wi-Fi ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทาง นักศึกษาในวิทยาเขต และทุกคนที่ต้องทำงานนอกสถานที่

iPadOS 26 ยกระดับประสบการณ์ iPad ขั้นสุด
iPadOS 26 นำเสนอทรงพลังที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการงานสร้างสรรค์และงานระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ผลักดันขีดความสามารถของ iPad ให้ก้าวไปอีกขั้น
- ดีไซน์แบบ Liquid Glass: ดีไซน์ใหม่ที่สวยงามถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วย Liquid Glass ซึ่งเป็นวัสดุโปร่งแสงที่สะท้อนและหักเหแสงจากสภาพแวดล้อม พร้อมตอบสนองต่อการป้อนข้อมูลของผู้ใช้ และปรับเปลี่ยนรูปแบบแบบไดนามิกเพื่อให้ผู้ใช้จดจ่อกับเนื้อหาที่สำคัญที่สุดได้ดีขึ้น
- ระบบการจัดการหน้าต่างแบบใหม่: ระบบ Windowing ใหม่ที่ทรงพลังและใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุม จัดระเบียบ และสลับระหว่างแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรักษาความเรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของ iPad ไว้ พร้อมด้วยแถบเมนู (Menu bar) แบบใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคำสั่งในแอปได้ง่ายๆ เพียงปัดลงจากขอบจอด้านบน หรือเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ด้านบนของหน้าจอ
- แอป Files โฉมใหม่: ผู้ใช้สามารถจัดการ เข้าถึง และจัดระเบียบไฟล์ต่างๆ ด้วยแอป Files ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น มาพร้อมมุมมองแบบรายการ (List view) ที่อัปเดตใหม่ และตัวเลือกการปรับแต่งโฟลเดอร์แบบใหม่ ด้วยการวางโฟลเดอร์ไว้ใน Dock ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงไฟล์ดาวน์โหลด เอกสาร และอื่นๆ ได้อย่างสะดวกจากทุกที่ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าแอปเริ่มต้น (Default app) สำหรับเปิดไฟล์หรือประเภทไฟล์เฉพาะได้อีกด้วย
- แอป Preview บน iPad: มอบแอปพลิเคชันเฉพาะสำหรับการสเก็ตช์ภาพอย่างรวดเร็ว รวมถึงการดู แก้ไข และทำเครื่องหมาย (Markup) บนไฟล์ PDF และรูปภาพด้วย Apple Pencil หรือการสัมผัส
- ฟีเจอร์เสียงจากพลังของ Apple Silicon: iPadOS 26 ปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ โดยให้ผู้ใช้ควบคุมอินพุตเสียงของตนเองได้ สามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงด้วยการบันทึกแบบ Local Capture และรองรับการทำงานพื้นหลัง (Background Tasks)

อุปกรณ์เสริมล้ำสมัยสำหรับ iPad Air
ตั้งแต่การสเก็ตช์ไอเดียไปจนถึงการทำงานให้สำเร็จ Apple Pencil และ Magic Keyboard ช่วยปลดล็อกระดับใหม่ของความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพการทำงานบน iPad Air
- Apple Pencil: มีสองตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ได้แก่ Apple Pencil (USB-C) ซึ่งมอบความคุ้มค่าสำหรับการใช้งานพื้นฐาน เช่น การจดโน้ตและการวาดภาพ และ Apple Pencil Pro ที่มอบประสบการณ์ขั้นสุดยอด ให้ผู้ใช้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การบีบ (Squeeze) และการหมุนตัวด้าม (Barrel Roll) เพื่อถ่ายทอดไอเดียในรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ Apple Pencil Pro ยังรองรับแอป “ค้นหาของฉัน” (Find My) ช่วยให้ค้นหาได้ง่ายหากวางลืมไว้
- Magic Keyboard สำหรับ iPad Air: มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่น่าทึ่งและขยายขอบเขตการใช้งานด้วยแทร็คแพดในตัวที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ เช่น การเลือกข้อความ พร้อมแถบปุ่มฟังก์ชัน 14 ปุ่มที่ให้เข้าถึงการปรับความสว่างหน้าจอและระดับเสียงได้ง่ายดาย แป้นพิมพ์ยึดติดด้วยแม่เหล็ก และใช้ Smart Connector ในการเชื่อมต่อพลังงานและข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ Bluetooth บานพับอะลูมิเนียมที่ผ่านการกลึงอย่างประณีตมาพร้อมพอร์ต USB-C สำหรับการชาร์จ ตัวคีย์บอร์ดยังคงดีไซน์แบบยกลอย (Floating design) สุดมหัศจรรย์ที่ลูกค้าชื่นชอบ โดยมีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดจาก iPad และ iPad Air รุ่นเดิม
ด้วยการปรับปรุงที่พลิกโฉมการใช้งานเมื่อเทียบกับ iPad และ iPad Air รุ่นก่อนหน้า นี่จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการอัปเกรด
- ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมหาศาล: ผู้ที่อัปเกรดจะได้สัมผัสกับความเร็วและการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้นจากหน่วยความจำแบบรวมขนาด 12GB และแบนด์วิดท์ 120GB/s รวมถึงประสบการณ์การใช้งานระบบจัดการหน้าต่างที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นใน iPadOS 26 สำหรับผู้ที่เปลี่ยนมาจาก iPad Air รุ่นชิป M1 จะพบว่าประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2.3 เท่า พร้อมการเรนเดอร์ 3D ระดับโปรพร้อม Ray Tracing ที่เร็วขึ้นกว่า 4 เท่า
- กล้อง Center Stage ไมค์ และลำโพงสุดล้ำ: ผู้ที่อัปเกรดจากรุ่น M1 จะได้เพลิดเพลินกับกล้องหน้าความละเอียด 12MP พร้อมฟีเจอร์จัดให้อยู่ตรงกลาง (Center Stage) ซึ่งจัดวางอยู่บนขอบแนวนอน รวมถึงลำโพงสเตอริโอแนวนอน และสำหรับผู้ที่เปลี่ยนมาจากรุ่น M1 การเลือกรุ่น 13 นิ้ว จะยิ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฟังเพลงและดูวิดีโอ
- ความสามารถของ Apple Intelligence อันทรงพลัง: Apple Intelligence ถูกผสานรวมเข้ากับ iPadOS อย่างไร้รอยต่อพร้อมระบบความเป็นส่วนตัวที่ล้ำหน้า มอบฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายที่จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ที่อัปเกรดและผู้ใช้ใหม่มีประโยชน์และทรงพลังยิ่งขึ้น
- ความคุ้มค่าที่มากยิ่งขึ้น: ผู้ที่เปลี่ยนมาจาก iPad Air รุ่นก่อนหน้าจะได้รับการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นด้วยชิป N1 และ C1X และสำหรับผู้ที่อัปเกรดจากรุ่น M1 จะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็น 128GB ในขณะที่ iPad Air รุ่นชิป M4 ยังคงราคาเริ่มต้นเท่าเดิมที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และ 799 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น 13 นิ้ว
iPad Air กับสิ่งแวดล้อม
Apple 2030 เป็นแผนการอันทะเยอทะยานของบริษัทที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในทุกภาคส่วนของธุรกิจภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ วัสดุ ไฟฟ้า และการขนส่ง
iPad Air ใหม่ผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลถึง 30% ซึ่งรวมถึงการใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในตัวเครื่อง และโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ ในกระบวนการผลิตมีการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ถึง 40% ตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ iPad Air ยังได้รับการออกแบบมาให้ทนทาน ซ่อมแซมได้ และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยยังคงผ่านมาตรฐานระดับสูงของ Apple ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยของสารเคมี สำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษนั้นทำจากเยื่อกระดาษ 100% ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างง่ายดาย
ราคาไทย
รุ่น 11 นิ้ว – เริ่มต้นที่ ฿21,900
- ความจุ 128GB – ฿21,900
- ความจุ 256GB – ฿25,900
- ความจุ 512GB – ฿32,900
- ความจุ 1TB – ฿39,900
รุ่น 13 นิ้ว – เริ่มต้นที่ ฿28,900
- ความจุ 128GB – ฿28,900
- ความจุ 256GB – ฿32,900
- ความจุ 512GB – ฿39,900
- ความจุ 1TB – ฿46,900

